ถ้าจะพูดถึง พระโพธิสัตว์กวนอิม   หรือ เจ้าแม่กวนอิม  น้อยคนคงจะไม่รู้จัก ซึ่ง คนไทยส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือ  พระโพธิสัตว์กวนอิมเกิดชาติสุดท้ายเป็นมนุษย์ แต่เดิมเป็นเทพธิดา ได้จุติลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์  เมื่อประมาณหนึ่งหมื่นปีก่อน พระโพธิสัตว์กวนอิม มีพระนามว่า “เมี่ยวซ่าน” เป็นราชธิดาของกษัตริย์เมี่ยวจวง แห่งอาณาจักรซิงหลิง อยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศจีน พระธิดาเป็นผู้มีจิตใจดีงาม มีน้ำพระทัยเมตตา กรุณาต่อทุกสรรพสิ่ง ทั้งหลาย จึงไม่แปลกที่หลายๆพื้นที่จะประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมไว้ให้ ประชาชนทั่วไปได้สักการบูชา

เทศบาลเมืองศรีราชา  อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ก็เช่นกันได้ให้ความสำคัญและได้อัญเชิญ พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งทำมาจากหมกขาวทั้งองค์มาประดิษฐานไว้ ที่บริเวณด้านทิศใต้ ท้ายเกาะลอย ศรีราชา ซึ่งเป็น เนินเขาเล็ก ๆ ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของศรีราชา โดยตั้งอยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 700 เมตร  มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ

พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาว  มีขนาดความสูง  4 เมตร  เป็นองค์ที่ทำด้วยหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  แกะสลักโดยช่างฝีมือจากสำนักพระราชวังจีน  พร้อมสาวก  2 องค์  ขนาดความสูงองค์ละ  2 เมตร  และมีกระถางธูปขนาด 80 เซนติเมตร  โดยจะประดิษฐานอยู่ในเก๋งมังกรจีน   8 เหลี่ยม  48 เสา  มีหลังคาลดหลั่นกัน 3 ชั้น  ขนาดกว้าง 20 เมตร  ยาว 20 เมตร  เพดานภายในเก๋งมังกรจีน  จะได้รับการออกแบบเขียนภาพมังกรแบบไทย โดยจิตรกรระดับชาติ

เก๋งมังกรจีนประดิษฐาน พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาว ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมือ ปี  2550  ต่อมา จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่กราบไหว้บูชา พระโพธิสัตว์กวนอิม ให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศก็นิยมเดินทางมากราบไหว้ รวมทั้ง พี่น้องชาวเมืองศรีราชา

นางสุภารัก  แสนใจ  ผู้ดูแลศาลาเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว  กล่าวว่า  ศาลาเก๋งมังกรจีน 8 เหลี่ยม พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาว เกาะลอยศรีราชานั้น  ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ,ชาวจีน และญี่ปุ่น เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะมีคนมากราบไหว้ขอพรอย่างเนืองแน่น

สำหรับผู้ที่เดินทางมากราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมนั้น  ส่วนใหญ่มาขอพร เช่น ขอให้มีงานทำ ,ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และขอให้มีบุตรด้วย โดยของที่นำมาไหว้นั้น   ประกอบด้วย ผลไม้  5  อย่าง น้ำชา 5 ถ้วย และน้ำเปล่า  5  แก้ว เพื่อขอให้มีงานทำ ส่วนการขอให้ร่างกายแข็งแรงนั้น จะนำอาหารเจมาไหว้  สำหรับผู้ที่ขอให้มีบุตร  ซึ่งจะมีการถวายสร้อยไข่มุกให้กับเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งการมาขอพรส่วนใหญ่จะได้ตามที่ขอเกือบทุกๆคน และหลังจากนั้นก็จะเดินทางกลับมากราบไหว้อีก

อนึ่ง เจ้าแม่กวนอิม หรือพระอวโลกิเตศวรกวนอิมโพธิสัตว์ พระนามว่ากวนอิม เป็นการออกเสียงตามศัพท์   จากคำว่า”อวโลกิเตศวร” หรือพระอาจารย์กุมารชีพ แปลว่า กวนซีอิม แปลตาม ภาษาจีนว่า ผู้เพ่ง เสียงแห่งโลก ต่อมาเนื่องจากคำว่า ซี ไปตรงกับพระนาม ของพระจักรพรรดิ ถังไถ่จง คือ หลีซีหมิน จึงตัดคำว่า “ซี” ออก เหลือเพียง กวนอิม ต่อมาพระถังซำจั๋ง คือ พระพระเฮี่ยนจังซึ่ง เชี่ยวชาญถาษาสันสกฤตและภาษาจีน ได้แปลใหม่เป็น กวนจือไจ๋ แปลว่าผู้เพ่งโดยอิสระ แต่ทั่วไปยังคงนิยมออกนามท่านว่า กวนอิม อยู่เสมอ พระกวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์ ที่มีสมญานามว่า มหาเมตตา มหากรุณาเพราะพระองค์ท่าน มีความเมตตากรุณา  ต่อสัตว์โลกเป็นอันมาก

พระกวนอิมสามารถ นิมิตนิรมาณกายไปโปรดสัตว์ ยังโลกอื่นๆเช่น นิรมาณกาย เป็นนาคไปโปรดนาค ที่โลกนาคนิรมาณกายเป็นเทพ ไปโปรดเทพยังสวรรค์ นิรมาณกายมาโปรดยังโลกมนุษย์ที่ทุกๆคนเห็นเป็นเจ้าแม่กวนอิมเป็นต้น

พระกวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์ ที่ชาวโลกนับถือเป็นอันมาก นอกจากตามวัดจะมีรูปท่านอยู่ด้วยแล้วโบสถ์ที่สร้างเพื่อบูชาท่าน โดยเฉพาะก็มีมากมาย รูปพระกวนอิมเท่าที่ เราเห็นเป็นรูปเพศหญิง ความจริงแล้วรูปเพศหญิงเป็นเพียงนิมาณกาย หนึ่งเท่านั้น ในจำนวน 32 กาย หาใช่พระกวนอิมเป็นเพศหญิงไม่  ส่วนมากคนทั่วไปยังเข้าใจกันผิดๆเรียกชื่อว่าพระแม่กวนอิม ต่อมาได้มีการค้นคว้าและค้นพบในประเทศจีน ในราชวงศ์หมิง ราชวงค์เช็งโดยมีกษัตริย์จีน ชื่อเช็งคังฮีได้เดินทางไปนมัสการสักการบูชา ที่เกาะโพ้วท้อซัวซึ่งในสมัยหนึ่งได้ปรากฏว่า พระกวนอิม ได้เดินทางไปโปรดที่นั้น พร้อมสร้างวัดวารารามอยู่บนเกาะแห่งนี้ และบนเกาะในแต่ละโบสถ์ที่ทำพิธีทางศาสนาใจกลางจะตั้ง พระกวนอิม หรือ กวนอิมฮุกโจ้ว ในภาคสำเร็จเป็นพระนั่งสมาธิ

โดยปัจจุบันคนทั่วไปนิยมเดินทางไปสักการบูชา พระกวนอิม อยู่เป็นประจำ ในหนึ่งปีจะมี 3 ครั้ง วันที่ 19 เดือน 2 ของจีน คือวันประสูติ ,วันที่ 19 เดือน 6 ของจีน วันสำเร็จ และวันที่ 19 เดือน 6 ของจีนคือวันที่ออกโปรดสาธุชนทั่วไป