ศรีราชาเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรีซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทยโดยมีภูเขาโอบล้อม มีเกาะลอยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวที่สนใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์นิยมชมชอบเดินทางมาที่นี่  ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเก๋งจีนศาลเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวแกะสลักโดยช่างฝีมือชาวจีน  เจ้าพ่อกวนอู หลวงพ่อทันใจ วัดเกาะลอย และจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

แต่ภายในชุมชนเล็ก ๆ หลังโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ที่คนศรีราชาเรียกว่า “ชุมชนไร่กล้วย” มีพระเกจิอาจารย์ที่คนศรีราชาให้ความเคารพนับถืออยู่ท่านหนึ่งก็คือ พระครูสุทธิคุณรังษี  หรือ“หลวงปู่ทอง” อดีตเจ้าอาวาส วัดรังษีสุทธาวาส หรือวัดไร่กล้วย ตั้งอยู่เลขที่ 105 บ้านไร่กล้วย ถนนศรีราชา-หนองค้อ หมู่ที่ 2 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพระนักปฎิบัติ พระนักพัฒนา ของชาวศรีราชา

วัดรังษีสุทธาวาส หรือวัดไร่กล้วย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินของวัดมีเนื้อที่ 13-3-78 ไร่ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2501 เนื่องจากพื้นที่เดิมที่สร้างวัดอยู่ไกลวัดมาก เป็นเหตุให้ประชาชนนิมนต์พระมาจำพรรษาในที่พักของประชาชน ต่อมานายสาย อันเพ็ง จึงได้ถวายที่ดินและสร้างที่พักสงฆ์ขึ้น และได้พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2515 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 60 เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามคือรูปที่ 1 พระมานิตย์ เป็นเจ้าอาวาส ระหว่างปี 2487-2494 รูปที่ 2 พระครูสุทธิคุณรังษี พ.ศ.2495-2559
ประวัติ พระครูสุทธิคุณรังษี “หลวงปู่ทอง ปญญาทีโป”  ท่านเกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2465 ปีจอ  บิดาชื่อ นายสี ก้านบัว มารดาชื่อ นางไผ่ ก้านบัว ท่านเป็นชาวอำเภอพนัสนิคม ต.หนองปรือ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 7  คนหลวงปู่เป็นบุตรคนที่ 4 ในช่วงชีวิตที่ท่านครองเพศฆราวาสนั้นได้ช่วยบิดา-มารดาประกอบสัมมาอาชีวะตามประสาสุจริตชนทั่วไป  จากนั้นจึงได้เข้าสมัครรับราชการทหารเป็นเวลากว่า 2 ปี ภายหลังที่ท่านใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสมาอย่างโชกโชนแล้ว  หลวงปู่ท่านจึงคิดจะบวชเพื่อแสวงหาสัจธรรมและตอนแทนพระคุณบุพการี  ท่านจึงตัดสินใจเข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา  เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ณ พัธสีมา วัดเนินสังข์สกฤษฏาราม ตำบลวัดหลวง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยมีพระอุปัชฌาย์ คือ พระครูเจียม วัดหลวงพรหมาวาส พระกรรมวาจาจารย์ คือพระมหาเที่ยง วัดกลางทุมมาวาส พระอนุสาวนาจารย์ คือพระอธิการเอียง วัดไร่หลักทอง ได้รับยาว่า “ปัญญาทีโป” แปลว่า ผู้มีปัญญาดุจแสงสว่างแห่งดวงประทีป
ย้อนไปเล็กน้อย  ในการสร้างวัดไร่กล้วยนั้นครั้งแรกเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2488 ก่อนหลวงปู่ทองบรรพชา 1 พรรษาชาวบ้านได้นิมนต์อาจารย์มานิตย์ (พระพี่ชายของหลวงปู่ทอง) มาเป็นเจ้าอาวาส เพื่อมาร่วมสร้างวัดในหมู่บ้านไร่กล้วยด้วยกัน และในปีต่อมาหลวงปู่ทอง ปญญาทีโป ท่านจึงได้อุปสมบทที่อำเภอพนัสนิคม และหลังจากนั้นได้ติดตามพระพี่ชายมาช่วยสร้างวัดไร่กล้วย โดยร่วมกับชาวบ้านอีกแรงหนึ่ง จนในปี พ.ศ.2491 จึงได้สร้างโบสถ์ไม้สำเร็จเป็นหลังแรก จวบจน พ.ศ.2494 ท่านอาจารย์นิด ได้ลาสิกขาบทไป คงเหลือไว้แต่หลวงปู่ทอง จึงเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส ด้วยหลวงปู่ทองเป็นพระที่มีความเมตตาต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก จนเป็นที่เลื่องลือ เลื่อมใส จึงเกิดศรัทธาจากชาวบ้านในบริเวณนั้น และยังแผ่บารมี คุณธรรม ออกไปยังบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะตกทุกข์ได้ยาก ลำบากแค่ไหนเดินทางมาหาหลวงปู่ทอง ท่านก็จะมีเมตตาต่อผู้มาพบท่านอยู่เสมอมิได้ขาด  ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ท่านก็ให้การช่วยเหลือมาตลอด จนในปี พ.ศ.2496 หลวงปู่ทองจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส สร้างความปิติให้กับลูกศิษย์และชาวบ้านโดยทั่วไป

หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2498 หลวงปู่ทองได้สร้างโรงเรียนวัดไร่กล้วย ให้กับชาวบ้านใช้ในการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2501 ชาวบ้านก็ได้ช่วยหลวงปู่ทองสร้างศาลาการเปรียญไม้จนสำเร็จ ในปี พ.ศ.2504 ในปี  พ.ศ.2516 หลวงปู่ทอง ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นตรี ราชทินนามที่ พระครูสุทธิคุณรังษี ในปี พ.ศ.2522ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นโท ในปี พ.ศ.2530ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นเอก ในปี พ.ศ.2555 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก

หลังจากนั้น หลวงปู่ทอง ก็เริ่มมีอาการอาพาธเป็นโรคปอดติดเชื้อ  ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ  จวบจนวันที่ 22 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2558  เวลาประมาณ 11.10  น. หลวงปู่ทอง ปัญญษทีโป ได้ถึงแก่มรณภาพท ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ด้วยอาการปอดติดเชื้อ สิริอายุ 94  ปี 68 พรรษา การมรณภาพของหลวงปู่นำมาซี่งความโศกเศร้าเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมากแต่ด้วยสัจธรรมที่เป็นไปตามหลักไตรลักษ์๓ คือการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปย่อมเป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกคนไม่เว้นแม้แต่พระอริยะสงฆ์หรือพระโพธิสัตว์ที่จุติมาบำเพ็ญบารมี คงเหลือไว้คุณงามความดีที่ท่านฝากไว้ให้กับวัดไร่กล้วย และชาวศรีราชาสืบต่อไป