“จุดเริ่มต้นจากการเรียนรู้จักรวาล ทำไมโลกเราถึงมีสิ่งมีชีวิต จนเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับโลก ไม่ว่าจะกลมหรือแบน สู่การค้นหาและค้นพบ จากความสงสัย จากจินตนาการสู่ห้วงอวกาศ สู่เทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้ง” สามารถมาค้นหาได้ที่ SPACE INSPIRIUM

GISTDA ถือฤกษ์งามยามดีในวันเด็กแห่งชาติ ที่พึ่งผ่านมา เปิด Space Inspirium มอบเป็นของขวัญปีใหม่ประจำปี พ.ศ. 2559 สนองนโยบายรัฐบาล เปิดให้คนไทยได้เข้าชมฟรีนาน 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม และจะสิ้นสุดในวันที่ 9 เมษายน 2559 นี้

Space Inspirium เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านอวกาศแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยที่ทำให้เด็ก-เยาวชน และผู้เข้าชมเกิดแรงบันดาลใจนำไปสู่จินตนาการและความอยากรู้อยากเห็นในระบบอวกาศ

สำหรับ Space Inspirium เป็นอาคาร 2 ชั้น ประกอบด้วย 13 โซน ซึ่งแต่ละโซนจะมีความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป โดยชั้นแรก ประกอบด้วยโซน 1-7 ประกอบด้วย

โซนที่ 1 กำเนิดเอกภาพ ที่จะนำเสนอเกี่ยวกับการกำเนิด ที่จะให้คำตอบว่าทำไม่โลกจึงมีสิ่งมีชีวิต มีปัจจัยอะไรที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ แล้วทำไมเราจึงไม่ลอยจากโลกผ่านการนำเสนอแบบวีดีทัศน์บนจอฉายภาพยนตร์โฮโลแกรมโซน

โซนที่ 2 เทคโนโลยีสำรวจโลกและอวกาศ  โดยนำเสนอเกี่ยวกับวิวัฒนาการของการไปสู่อวกาศ

โซนที่ 3 มุ่งสู่อวกาศ  ซึ่งเป็นการเตรียมเตรียมความพร้อมไปสู่อวกาศ  จะบอกกล่าวถึง ปัจจัยว่ามีอะไรบ้างที่ต้องคำนึงถึงในการที่จะออกไปนอกโลก เมื่อออกไปนอกโลกแล้วร่างกายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เช่น ร่างกายกับแรงโน้มถ่วง รวมถึงการได้ทดลองเครื่อง Gyroscopeซึ่งเป็นจุดที่เด็ก-เยาวชน ขึ้นทดลองและชื่นชอบในโซนนี้มาก

โซนที่ 4 สถานีอวกาศ  เป็นโซนที่จะนำเสนอเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอวกาศ การอยู่ในสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) และการค้นคว้าวิจัยในอวกาศ ปฏิบัติภารกิจในถุงมืออวกาศ

โซน 5 โรงภาพยนตร์ 3  มิติ  ซึ่งจะเล่าถึงการผจญภัยในอวกาศ ผ่านเรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่งที่มีความผูกพันกัน สร้างความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องราวของอวกาศ เห็นการปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่น สร้างแรงบันดาลใจให้คนสนใจเรื่องอวกาศ เสริมสร้างจิตนาการนึกคิดและเรียนรู้อวกาศมากขึ้น

โซน 6 ดาวเทียม นำเสนอเกี่ยวกับดาวเทียม ประเภทและวงโคจรดาวเทียม วิธีการสร้างดาวเทียม และตื่นตาตื่นใจกับโลกใบใหญ่ที่มีดาวเทียมโคจรอยู่

โซนที่ 7 เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ  นำเสนอเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน

ส่วนอาคารชั้น 2  เริ่มตั้งแต่โซน 8 ถึง โซน 13

โซนที่ 8 เป็นการรับรู้จากระยะไกล เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับเทคโนโลยีการรับรู้จากระยะไกล  พลังงานและการแผ่รังสี พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า การสะท้อนเชิงสเปคตรัม การวิเคราะห์ข้อมูล และยังมีกล้องอินฟาเรด สำหรับส่งมาที่ตัวคนหรือวัตถุอื่นๆ แล้วแสดงผลในรูปแบบค่าสีที่แสดงถึงความร้อน

โซนที่ 9 ระบบดาวเทียมนำร่อง ที่จะให้ผู้เข้าชมร่วมสนุกเกมส์ ที่สมมุติให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลภายในเมือง หากเกิดเหตุ จะส่งทีมเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเส้นทางไหน

โซนที่ 10  ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จะเป็นขบวนการวิเคราะห์และจะมีการทดลองการสร้างแผนที่  3  มิติ

โซนที่ 11 จำลองมุมมอง เสมือนไปยืนอยู่ในสถานที่จริง รอบพื้นที่ที่สนใจ

โซนที่ 12 โซนเป็นการประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ  การใช้ประโยชน์ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการเกษตร ด้านการวางผังเมืองและป้องกันภัย

โซนที่ 13 โซน Application For Tomorrow เป็นการนำเสนอภาพสถานที่ในรูปแบบ 360  องศา

โดยทั้ง 13 โซนนั้น  จะมีวิทยากรประจำทุกโซนเพื่อช่วยบรรยายและอธิบายให้กับผู้ชมเพิ่มเติม  โดยจะใช้เวลาในการชมเยี่ยมชมในแต่ละชั้นประมาณ  1 ชั่วโมง เป็นระยะเวลาที่อยู่ในSpace Inspirium ถึง 2 ชั่วโมง  ซึ่งเด็กๆ จะรู้สึกเพลิดเพลินกับห้วงอวกาศ จนรู้สึกว่าเวลา 2 ชั่วโมงนั้นมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก

นางสาวจันทิมา  อัศวโชคชัย  ผู้จัดการ Space Inspirum อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ GISTDA  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  เล่าให้ฟัง  Space Inspirum ขณะนี้ได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชน เดินทางเข้ามาเที่ยวชมทุกวัน จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 09.00 -15.00 น.  ทุกวันไม่มีวันหยุดราชการ  ซึ่งเฉลี่ยในแต่ละวันจะมีผู้เดินทางมาเที่ยวชมประมาณ  690  คน ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีผู้เข้ามาเที่ยวชมมากถึง 6,000-7,000 คน โดยจะมาในลักษณะเป็นกลุ่มหรือคณะ นอกจากนั้นมีเดินทางส่วนตัวหรือครอบครัวเข้ามาเที่ยวชม

ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้เป็นความมหัศจรรย์ของห้วงอวกาศที่รอคอยให้ทุกคนเดินทางมาสัมผัส รับรองว่า Space Inspirium จะมอบประสบการณ์และความรู้สึกของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบใคร และยังเปิดโอกาสให้คุณได้มีส่วนร่วมในการทดลองสิ่งต่าง ๆ ที่สนองต่อมความอยากรู้ของคุณได้อย่างแน่นอน

เส้นทางการเดินทาง :  หากเดินทางมาจาก กรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ สาย 7 ตอน 2 เมื่อมาถึงจังหวัดชลบุรี และให้วิ่งเข้าเส้นทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ตอน 3 พร้อมสังเกตด้านซ้ายมือ จะมีป้าย GISTDA ให้วิ่งมาตามป้ายบอกทาง

นอกจากนั้นยังสามารถใช้เส้นทางถนนทางหลวง สาย 3 กรุงเทพฯ มาถึงแหลมฉบัง ให้วิ่งสายบายพาสสาย 7 ตอน 3  และให้สังเกตด้านขวามือจะพบป้าย GISTDA และวิ่งไปตามป้ายบอกเส้นทางก็จะถึงที่หมาย หรือหากไม่ทราบเส้นทางให้ติดต่อสอบถามที่ เบอร์โทรศัพท์ 081-915-2374 ได้ตลอดเวลา